โคมไฟ แบบต่างๆ กับการใช้งานให้เหมาะสม

โคมไฟ  ของตกแต่งบ้าน  ที่นอกจากจะให้ประโยชน์ในเรื่องแสงสว่างภายในบ้าน  และบริเวณรอบบ้านแล้ว   รูปแบบของโคมไฟยังเพิ่มความสวยงามทำให้บ้านโดดเด่น   สะท้อนรสนิยมของเจ้าของบ้านได้อีกด้วย  

วันนี้เราจะมาไขความสำคัญของ  โคมไฟ  ว่ามีรูปแบบใดบ้าง  ควรเลือกใช้งานอย่างไร    ให้สอดรับกับวัตถุประสงค์   และเกิดความสวยงามให้กับบ้านของเรา

โคมไฟที่ใช่  เลือกยังไงให้เข้ากับบ้าน

เพราะแสงสว่างภายในบ้านเป็นสิ่งสำคัญ  โคมไฟ  จึงเป็นตัวช่วยให้บ้านมีแสงสว่างที่เหมาะสม ช่วยสร้างบรรยากาศ  ความโดดเด่น  ให้บ้านน่าอยู่ขึ้น  และเคล็ดลับง่ายๆ ในการเลือกโคมไฟ  มีอะไรบ้าง  มาลองดูกัน

ลักษณะการใช้งานของห้อง   การเลือก  โคมไฟ  มาประดับในห้องนั้นๆ ควรคำนึงถึงลักษณะห้อง  เพราะแต่ละห้องจะต้องการแสงสว่าง  และบรรยากาศที่แตกต่างกันไป  ดังนั้นจึงต้องพิจารณาเลือกโคมไฟ  ให้เข้ากับบรรยากาศของห้องมากที่สุด  เช่น   ห้องน้ำ   แสงต้องส่องสว่าง  และไม่ทำให้ห้องเกิดจุดอับ  เพื่อป้องกันไม่ให้ลื่นล้ม  ควรติดตั้งโคมไฟบริเวณหน้ากระจก   หรือ   อ่างล้างหน้า  หรือนำหลอดไฟทั่วไปมาติดตั้งเหนือกระจก  เพื่อลดแสงเงา  และช่วยให้เวลาที่ส่องกระจก   จะได้ภาพที่นุ่มนวล

ระดับความสว่างที่ต้องการ   หลอดไฟแต่ละแบบจะให้แสงสว่างที่แตกต่างกัน   โดยอาจให้แสงสีขาวสว่างจ้า   แสงสีเหลืองนวล   แสงสีฟ้าสดใส   หรือ  แสงสว่างที่ให้ความรู้สึกสบายตา  ดังนั้นควรพิจารณาแสงสว่างที่ต้องการเพื่อจะได้เลือกโคมไฟที่สอดรับกับการให้แสงด้วย

ขนาดของโคมไฟ  โคมไฟมีขนาดหลักๆให้เลือกอยู่ 3 ขนาดด้วยกัน ดังนี้ 

โคมไฟขนาดใหญ่    ปกติจะสูงมากว่า 27 นิ้ว เหมาะกับการตกแต่งในห้องที่มีขนาดกว้างขวางและต้องการแสงสว่างมาก เช่น ห้องรับแขก ห้องครัว เป็นต้น

โคมไฟขนาดปานกลาง  มีความสูงตั้งแต่ 20 นิ้ว  ถึง 27 นิ้ว  นิยมใช้กับห้องที่ต้องการแสงสว่างในแบบพอเหมาะ เช่น ห้องอ่านหนังสือ ห้องทำงาน เป็นต้น

โคมไฟขนาดเล็ก  มีขนาดตั้งแต่ 15 นิ้ว  ถึง 20 นิ้ว   นิยมใช้กับห้อง  หรือ  จุดที่ต้องการแสงสว่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  เช่น   ห้องนอน  ห้องนั่งเล่น  ห้องน้ำ  เป็นต้น

โคมไฟ  ภายใน-ภายนอก ใช้งานอย่างไร

โคมไฟ  ที่เราเห็นกันอยู่นี้มีหลากหลายประเภท  ในการเลือกใช้โคมไฟนั้น  ผู้ใช้งานสามารถสังเกตได้อย่างชัดเจนว่า  โคมไฟแบ่งออกเป็น 2 หมวด  คือ  โคมไฟภายนอก  และ  โคมไฟภายใน  

โคมไฟ ภายนอก  มีความสำคัญต่อการออกแบบแสงสว่าง  หรือ lighting design ที่ให้ความสว่างกำลังพอดี  มีทิศทางของแสงที่ไม่กวนสายตา   แต่ทว่าส่องไปยังองค์ประกอบที่ต้องการเน้นได้สวยงาม  ล้วนเกิดจากการเลือกใช้โคมไฟแต่ละพื้นที่  และแต่ละจุดที่ติดตั้ง  

โคมไฟ ภายใน  ในบ้านของเรามักจะมีมุมที่แสงจากหลอดไฟส่องไปไม่ถึง  บางครั้งเราก็ใช้ไฟเฉพาะจุดที่สามารถเปิดปิดได้โดยง่าย  หรือ  บางทีเราอาจจะใช้ไฟเป็นครั้ง  จึงเป็นเหตุผลที่สำคัญที่ทำให้แต่ละบ้านจะต้องมีโคมไฟ    ซึ่งโคมไฟที่ใช้กันนั้นก็มีหลายแบบให้เลือกตามความชอบ   และความเหมาะสมกับดีไซน์ของบ้าน  และการใช้งาน   เช่น  โคมไฟเพดาน  โคมไฟระย้า โคมไฟห้อย โคมไฟตั้งโต๊ะ โคมไฟตั้งพื้น โคมไฟติดผนัง เป็นต้น

โคมไฟ รูปแบบต่างๆ จัดวางตรงไหน

โคมไฟภายนอก: โคมไฟสนาม หรือ  โคมไฟเสาเตี้ย

เป็นโคมไฟติดตั้งบริเวณทางเดินเพื่อให้แสงสว่าง   ความสวยงาม   และความปลอดภัย   โดยทั่วไปมีความสูงประมาณ 0.3-1 เมตร   มักจะมีการกำหนดระยะความห่างตามดีไซน์ของผู้ออกแบบ   ข้อดีคือไม่ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกว่าแสงที่ได้รับไม่สว่างจนแสบตา   ใช้ติดตั้งบริเวณทางเดินเพื่อให้แสงลักษณะเป็นจุดๆ

โคมไฟภายนอก: โคมไฟฝังพื้น  

รูปแบบทั่วไปของโคมไฟฝังพื้น  จะมีลักษณะเป็นวงกลม    และสี่เหลี่ยมจัตุรัส   เพื่อติดตั้งได้ง่ายและให้ดูกลมกลืนกับบริเวณทางเดิน  มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของดวงโคมเริ่มที่ 10 ซม.   ตัวโคมไฟส่วนใหญ่ทำจากวัสดุอลูมิเนียม  เป็นการส่องแสงสว่างแบบวงเล็กๆ    เน้นสร้างบรรยากาศให้ดูสวยงาม  นิยมนำไปใช้สำหรับไฮไลท์วัตถุในรูปแบบแนวตั้ง  เช่น  บริเวณป้ายที่ตั้งพื้น  กำแพงอาคาร  หรือ  ตกแต่งบริเวณพื้นระเบียง  หรือ  ทางลาดยาว

โคมไฟภายนอก: โคมไฟส่องต้นไม้

ลักษณะของโคมไฟจะมีการกระจายแสงแบบวงกว้าง  และวงแคบ  เพื่อเลือกใช้จัดแสงตามทรงของต้นไม้ให้เหมาะสม   โดยทั่วไปมีการให้แสง  2แบบ  คือ  แบบแสงกว้างสำหรับต้นไม้ทรงพุ่มกว้าง  และแบบแสงมุมแคบสำหรับตันไม้ที่มีลำต้นสูงยาว  ใช้ตกแต่งต้นไม้และสวนให้สวยงามยามกลางคืน

โคมไฟภายนอก: โคมไฟดาวน์ไลท์ภายนอก

เป็นโคมไฟที่มีให้เลือกใช้ทั้งแบบภายในอาคารและภายนอกอาคาร  โคมไฟดาวน์ไลท์  คือ  ไฟที่ใช้ส่องแสงลงพื้นไปในทิศทางเดียว มีรูปแบบหลายชนิดเพื่อปรับให้เข้ากับวิธีติดตั้งตามแต่ละหน้างาน อาทิ แบบลอยตัว แบบฝัง  แบบห้อยเพดาน  และแบบกึ่งฝังกึ่งลอยตัว  นิยมติดบนผนัง ฝ้าเพดาน  หรือติดตั้งกับพื้นที่กึ่งภายนอก (Semi outdoor) เช่น ระเบียง  ที่จอดรถ   สวนหย่อม  บริเวณลานกว้างที่มีกันสาด  หรือหลังคาบังแดด

โคมไฟภายนอก: โคมไฟใต้น้ำ

โคมไฟใต้น้ำเป็นโคมไฟที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในน้ำโดยเฉพาะ  ส่วนใหญ่ต้องต่อผ่านหม้อแปลงเพื่อแปลงกระแสไฟฟ้า ป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายแก่ผู้ใช้งาน   สำหรับตัวโคมไฟใต้น้ำจะใช้วัสดุเป็นสแตนเลส   เพื่อป้องกันการกัดกร่อนของน้ำในสระ  และมียางกันน้ำไม่ให้มีรูรั่วซึมเข้าไฟ  มี  2 รูปแบบ คือ แบบฝังผนัง กับ ติดลอย   ใช้ตกแต่งตามสระน้ำเพื่อความสวยงาม  และความปลอดภัยต่อผู้ใช้งานในเวลากลางคืน

มาถึงโคมไฟภายในกันบ้าง  ที่ใครหลายคนอาจจะคิดว่า  ชอบโคมไฟทรงไหนก็นำมาติดในบ้านได้เลย  แต่ความจริงนั้นเราต้องดูคุณสมบัติของโคมไฟ  แต่ละแบบเป็นหลักเพื่อตอบโจทย์การใช้งานก่อน  มิเช่นนั้นจะทำให้แสงสว่างไม่เพียงพอต่อการใช้งาน   อีกทั้งยังทำให้พื้นที่ในบ้านดูรกตา

โคมไฟภายใน: โคมไฟติดผนัง 

 สามารถเป็นได้ทั้งโคมไฟสำหรับการตกแต่ง  และโคมไฟสำหรับการส่องสว่าง  เราสามารถเลือกโคมไฟติดผนังได้ตามสไตล์ของห้องนั้น ๆ  แล้วติดเพื่อเพิ่มลูกเล่นได้ตามความเหมาะสม  เช่น ติดที่ผนังทั้ง 2 ฝั่งของหัวเตียง  ส่วนในด้านการส่องสว่าง  สามารถนำไปติดไว้ที่ผนังในจุดที่แสงสว่างส่องไปไม่ถึง  เช่น บริเวณบันได   ทางเดิน เป็นต้น

 โคมไฟภายใน: โคมไฟติดเพดาน

ใช้เพื่อเป็นไฟหลักสำหรับส่องสว่างภายใน  เป็นโคมไฟที่นิยมใช้เช่นกัน   และโคมไฟประเภทนี้ไม่ต้องเจาะฝ้า   สามารถยึดติดกับฝ้าเพดานได้เลย  แสงสว่างจากโคมไฟจะส่องสว่างลงมาจากเพดานได้ทั่วถึง   ใช้ได้กับทุกห้อง   เช่น  ห้องนั่งเล่น   ห้องนอน   ห้องครัว  หรือ  ห้องน้ำ  เป็นต้น

โคมไฟระย้า

โคมไฟภายใน: โคมไฟห้อยเพดาน  หรือ  โคมไฟระย้า หรือ  โคมไฟแขวน

เป็นโคมไฟที่ห้อยลงมาจากเพดาน   มีหลายดีไซน์ให้เลือก  โคมไฟประเภทนี้ส่วนมากจะใช้เพื่อตกแต่งให้ห้องดูมีลูกเล่น สวยงาม โดดเด่นมากขึ้น  ดังนั้น   สามารถเลือกใช้ตามความเหมาะสม   และตามสไตล์ที่ต้องการ  แสงที่ได้จะส่องสว่างเฉพาะในพื้นที่ใช้งาน  เหมาะกับการเน้นใช้เฉพาะพื้นที่  เช่น  ติดโคมไฟไว้บริเวณโต๊ะอาหาร บริเวณชุดรับแขก  หรือแม้แต่บริเวณโถงบันได  

โคมไฟดาวน์ไลท์

โคมไฟภายใน: โคมไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้า  

ใช้เพื่อเป็นไฟหลักสำหรับส่องสว่างภายใน เน้นดีไซน์ให้กลมกลืนกับฝ้าเพดานของห้อง  เป็นแบบที่นิยมใช้งานมากที่สุดในงานที่พักอาศัย  โรงแรม รวมถึงตามอาคารสำนักงาน  ด้วยการติดตั้งแบบซ่อนตัวโคม  ผู้ใช้งานจะเห็นเพียงแค่หน้าโคมซึ่งขนานราบไปกับฝ้าเพื่อให้กลมกลืนกับดีไซน์ของฝ้าแต่ละพื้นที่  

โคมไฟภายใน: โคมไฟราง  

ใช้ส่องเฉพาะจุดที่ต้องการเน้นให้โดดเด่น  ส่วนก้านโคมสามารถปรับหมุนได้เพื่อให้ตรงกับวัตถุ  เช่น  รูปภาพติดผนัง  แจกัน  หรือ  รูปปั้นที่ตั้งโชว์ไว้ในห้อง เป็นต้น

โคมไฟภายใน: โคมไฟตั้งพื้น 

เหมาะสำหรับพื้นที่ขนาดเล็กแล้วมีมุมโล่ง  ที่ต้องใส่เฟอร์นิเจอร์สักชิ้นในการตกแต่งให้พื้นที่นั้นสมบูรณ์มากขึ้น  โคมไฟตั้งพื้นจึงเป็นหนึ่งตัวเลือกที่ดีที่ได้รับความนิยมในตอนนี้  เพราะนอกจากจะให้แสงสว่างแล้ว  ยังเป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านให้กับมุมว่าง และสามารถโยกย้ายไปตกแต่งห้องอื่นได้

โคมไฟ  ไอเท็มแต่งบ้านที่มีประโยชน์มากกว่าให้แสงสว่าง  ช่วยทำให้บ้านดูมีดีไซน์   และทันสมัย  การสร้างสรรค์พื้นที่ภายในห้องด้วยการตกแต่งโคมไฟนอกจากจะมีประโยชน์ช่วยในการส่องสว่างแล้ว  แสงไฟที่สวยงามยังช่วยเติมเต็มให้บรรยากาศภายในห้อง   อบอุ่น    ผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

แหล่งที่มาของรูป

https://sztlamp.com/th/products/637250-โคมไฟนอร์ดิก-โคมไฟแก้ว-โคมไฟเพดานแก้วใส

https://www.commansfurniture.com/product/40747-45189/โคมไฟเพดาน-luxury

https://www.hafelethailand.com/content/18272/เลือกสีหลอดไฟให้เหมาะกับการใช้งาน

Credit : ที่พัก , เสริมสวย , สัตว์เลี้ยง , ต้นไม้ , แฟชั่นผู้หญิง , เครื่องสำอาง

เว็บตรงสล็อต

ufabetflix285